มหาวิหารแซ็ง-เดอนี

มหาวิหารนักบุญเดนิส หรือ มหาวิหารแซ็ง-เดอนี (ฝรั่งเศส: Basilique Saint-Denis) เดิมเป็นแอบบีย์ชื่อ อารามแซ็ง-เดอนี ที่ตั้งอยู่ที่แซ็ง-เดอนีที่ปัจจุบันอยู่ทางเหนือของปารีส ต่อมาถูกยกสถานะขึ้นเป็นอาสนวิหารประจำมุขมณฑลแซ็ง-เดอนีในปี ค.ศ. 1966 มหาวิหารแซ็ง-เดอนีมีความสำคัญทั้งทางสถาปัตยกรรมและทางประวัติศาสตร์ต่อประเทศฝรั่งเศส

มหาวิหารแซ็ง-เดอนีก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 7 โดยพระเจ้าดาโกแบร์ที่ 1 บนที่ตั้งของที่ฝังศพของนักบุญเดนิสผู้เป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ประเทศฝรั่งเศสองค์หนึ่งในสามองค์ มหาวิหารกลายเป็นสถานที่สำหรับการแสวงบุญและใช้เป็นที่บรรจุพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสเกือบทุกพระองค์ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 10 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 และบางพระองค์จากก่อนหน้านั้น (แต่ไม่ใช่สถานที่สำหรับพระราชพิธีราชาภิเษกที่ทำกันที่มหาวิหารแร็งส์ แต่พระราชพิธีราชาภิเษกพระราชินีมักทำกันที่นี่) มหาวิหารจึงกลายเป็นสิ่งก่อสร้างกลุ่มที่ซับซ้อน ในคริสต์ศตวรรษที่ 12 อธิการซูว์เฌสร้างบางส่วนของมหาวิหารใหม่โดยใช้วิธีการก่อสร้างที่ล้ำสมัยสำหรับยุคนั้น และใช้การตกแต่งที่นำมาจากสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ การก่อสร้างครั้งนี้ถือกันว่าเป็นก่อสร้างสิ่งก่อสร้างตามสถาปัตยกรรมกอทิกที่แท้จริงเป็นครั้งแรก นอกจากนั้นมหาวิหารก็ยังเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมแรยอน็อง และกลายมาเป็นแบบการก่อสร้างของมหาวิหารและแอบบีย์อื่น ๆ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส อังกฤษ และประเทศอื่น ๆ ต่อมา

เบื้องหลัง

นักบุญเดนิสเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์องค์หนึ่งของประเทศฝรั่งเศสและตามตำนานแล้วก็เป็นบิชอปแห่งปารีสองค์แรกด้วย ก่อนหน้าที่สร้างเป็นมหาวิหารก็มีโบสถ์เล็ก ๆ สร้างเป็นอนุสรณ์ถึงท่าน ต่อมาพระเจ้าดาโกแบร์ที่ 1 พระมหากษัตริย์ชาวแฟรงก์ผู้ทรงปกครองระหว่าง ค.ศ. 628 ถึง ค.ศ. 637 ทรงก่อตั้งอารามแซ็ง-เดอนีเป็นอารามนักพรตคณะเบเนดิกติน ตัวหีบอนุสรณ์ (Shrine) เองสร้างโดยนักบุญเอลีจิอุส (Saint Eligius) ผู้ที่เป็นช่างทองมาก่อน ที่บรรยายในชีวประวัติของนักบุญว่า:

“นอกไปจากนั้นเอลีจิอุสก็สร้างหีบอนุสรณ์สำหรับนักบุญเดนิสผู้ศักดิ์สิทธิ์ในเมืองปารีสด้วยหินอ่อนอันสวยงามโดยมีซุ้มชิโบเรียมครอบ และตกแต่งด้วยทองและอัญมณีอย่างวิจิตร เอลีจิอุสสร้างตราเหนือสถูปและด้านหน้าและล้อมรอบด้วยแท่นบูชาด้วยขวานทองเป็นวงกลม วางแอปเปิลที่ตกแต่งด้วยอัญมณี และสร้างแท่นเทศน์และประตูด้วยเงินและหลังคาสำหรับบัลลังก์และและแท่นบูชาบนเงิน เอลีจิอุสสร้างส่วนที่คลุมก่อนที่จะสร้างที่เก็บกระดูกและสร้างแท่นบูชาด้านนอกที่เท้าของนักบุญเดนิส เอลีจิอุสสร้างงานด้วยความบรรจงตามพระประสงค์ของพระมหากษัตริย์และใช้สิ่งต่างไปในการสร้างจนแทบจะไม่เหลือสิ่งมีค่าอย่างใดในกอล และเป็นงานที่งดงามที่สุดในบรรดางานฝีมือต่าง ๆ จนปัจจุบันนี้

แต่งานชิ้นนี้ก็ไม่มีเหลือให้เห็นแล้ว

สถาปัตยกรรม

มหาวิหารแซ็ง-เดอนีเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรมเพราะเป็นสิ่งก่อสร้างสิ่งแรกที่ส่วนใหญ่ออกแบบและก่อสร้างเป็นแบบกอธิค ทั้งทางทางด้านโครงสร้างและลักษณะของการก่อสร้างเป็นการเปลี่ยนแปลงจากสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ไปเป็นสถาปัตยกรรมกอทิก ก่อนที่คำว่า “กอทิก” จะมาเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปลักษณะสถาปัตยกรรมนี้เรียกกันว่า “แบบฝรั่งเศส” (The French Style หรือ Opus Francigenum)

แผนผังมหาวิหารในปัจจุบันเป็นผังแบบกางเขนแบบ “บาซิลิกา” คือมีทางเดินกลางที่สูงกว่าทางเดินข้างที่กระหนาบโดยมีหน้าต่างชั้นบนรอบตัวสิ่งก่อสร้าง ทางด้านเหนือมีทางเดินข้างเพื่มอีกหนึ่งทางที่เรียงด้วยชาเปลหรือคูหาสวดมนต์ ด้านหน้าโบสถ์มีประตูทางเข้าสามประตูและมีหน้าต่างกุหลาบเหนือประตู และหอหนึ่งหอทางด้านไต้ ทางด้านตะวันออกบริเวณพิธีที่สร้างเหนือคริพต์มีจรมุข และชาเปลดาวกระจาย (chevette) ที่ประกอบด้วยชาเปลเก้าชาเปลที่กระจายออกจากทางเดินรอบมุข

ราวปี ค.ศ. 1137 อธิการซูว์เฌ (ค.ศ. 1081-ค.ศ. 1155) ผู้เป็นพระสหายและที่ปรึกษาคนสนิทของพระเจ้าหลุยส์ที่ 6 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 ตัดสินใจสร้างมหาวิหารแซ็ง-เดอนีใหม่ติดกับแอบบีย์ที่เป็นพระราชวังหลวง อธิการซูแฌร์เริ่มจากการก่อสร้างใหม่จากด้านหน้าที่เปลี่ยนจากที่มีประตูเดียวเป็นสามประตูที่มีลักษณะคล้ายประตูชัยเช่นประตูชัยคอนสแตนติน (Triumphal Arch of Constantine) การมีประตูเพิ่มขึ้นก็เป็นการบรรเทาการจราจรเข้าโบสถ์ของผู้คนที่เพิ่มมากขึ้น เหนือด้านหน้าเป็นหน้าต่างกุหลาบซึ่งเป็นด้านที่มักจะเป็นที่ตั้งของหน้าต่างลักษณะนี้ในสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์แบบอิตาลี และเป็นที่เชื่อกันว่าเป็นหน้าต่างกุหลาบหน้าต่างแรกที่สร้างในฝรั่งเศสที่กลายมาเป็นลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของสถาปัตยแบบกรรมกอธิคของทางเหนือของฝรั่งเศสต่อมา

เมื่อสร้างด้านหน้าเสร็จใน ค.ศ. 1140 อธิการซูว์เฌก็ย้ายไปสร้างด้านตะวันออกหรือด้านที่เป็นบริเวณพิธีโดยทิ้งทางเดินกลางอย่างคาโรลินเจียนไว้ อธิการซูแฌร์ออกแบบบริเวณร้องเพลงสวดที่อาบด้วยแสงซึ่งช่างก่อสร้างต้องหาวิธีการสร้างแบบใหม่ที่พัฒนามาจากสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์เพื่อให้ได้ตามจุดประสงค์ ที่รวมทั้งการสร้างเพดานโค้งแหลม, เพดานสัน, ทางเดินรอบมุขที่มีชาเปลดาวกระจายยื่นออกไป, คอลัมน์หมู่ (Clustered columns) ที่รับแรงกดดันจากสันที่พุ่งมาจากทิศต่าง ๆ ของเพดาน และค้ำยันแบบปีก ที่สามารถทำให้สร้างหน้าต่างชั้นบนที่กว้างใหญ่ขึ้นซึ่งสามารถทำให้รับแสงได้เต็มที่

วิธีการก่อสร้างต่าง ๆ เช่นที่กล่าวมาเป็นการทำครั้งแรก นักประวัติศาสตร์ศิลปะเออร์วิน พานอฟสกี (Erwin Panofsky) อ้างว่าการสร้างมหาวิหารของอธิการซูว์เฌได้รับแรงบันดาลใจในการที่จะสร้างให้เป็นสัญลักษณ์ของเยรูซาเลม แต่จุดประสงค์ที่สูงไปกว่าการสร้างเพื่อความสวยงามก็ยังเป็นที่น่าสงสัยโดยนักประวัติศาสตร์ศิลปะเมื่อไม่นานมานี้ตามหลักฐานจากข้อเขียนของซูว์เฌเอง

โบสถ์หลังใหม่ที่สร้างเสร็จเสกเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1144 โดยมีบุคคลสำคัญต่าง ๆ เข้าร่วมในพิธีที่รวมทั้งพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1231 ทางเดินกลางเก่าก็ได้รับการสร้างใหม่ให้เป็นสถาปัตยกรรมกอทิกแบบเรยองนองท์ และเพิ่มสร้างหน้าต่างกุหลาบอีกสองบานทางด้านเหนือและไต้ของแขนกางเขน

อารามแซ็ง-เดอนีจึงกลายเป็นตัวอย่างของการสร้างอารามหลวงทางตอนเหนือของฝรั่งเศส นอกจากนั้นสถาปัตยกรรมกอทิกของฝรั่งเศสก็ยังเผยแพร่ไปยังอังกฤษโดยการปกครองของราชวงศ์อ็องเชแว็ง และแคว้นอื่น ๆ ในฝรั่งเศส กลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำ เยอรมนี สเปน ตอนเหนือของอิตาลี และซิซิลี

ลักษณะสำคัญ ๆ อื่น ๆ ของมหาวิหารก็ได้แก่คอลัมน์ที่มีรูปปั้นสองข้างประตูหน้าโบสถ์ที่ถูกทำลายไปแล้วที่สร้างจากภาพวาดของมงท์โฟคอง ผังจากราว ค.ศ. 1700 โดย Félibien แสดงภาพชาเปลพระบรมศพที่เป็นโดมติดกับแขนกางเขนทางด้านเหนือที่เป็นที่ตั้งของพระบรมศพและพระศพของราชวงศ์วาลัว นอกจากนั้นก็มีหน้าต่างประดับกระจกสี และเก้าอี้อิงที่เหลืออยู่สิบสองตัว

ที่เก็บพระศพ

มหาวิหารแซ็ง-เดอนีเป็นที่ฝังพระศพของพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสและพระราชวงศ์เป็นเวลาหลายร้อยปีจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สุสานหลวงแห่งฝรั่งเศส” (Royal necropolis of France) ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 จนกระทั่งปี ค.ศ. 1789 พระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสทุกพระองค์ยกเว้นสามพระองค์ก็ได้รับการบรรจุที่นี่ พระมหากษัตริย์บางพระองค์เช่นพระเจ้าโคลวิสที่ 1 (ค.ศ. 465-ค.ศ. 511) ถูกบรรจุที่อื่นมาก่อนที่นำมาไว้ที่แซ็ง-เดอนี

แอบบีย์มีอนุสรณ์ของพระมหากษัตริย์และพระราชินีที่งดงามมากมายแต่มาถูกทำลายไปเสียมากระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส ระหว่างการปฏิวัตินักปฏิวัติก็เปิดที่เก็บพระศพต่าง ๆ ภายในมหาวิหารและนำร่างของผู้ที่ถูกบรรจุอยู่ภายในออกไปโยนทิ้งในหลุมใหญ่สองหลุมนอกโบสถ์ อเล็กซานเดอร์ เลอนัวร์ นักโบราณคดีช่วยรักษาที่บรรจุพระศพไว้ได้บ้างโดยอ้างว่าเป็นงานศิลปะสำหรับการสะสมส่วนตัวของตนเองที่ถูกนำไปเก็บไว้ในอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์แห่งฝรั่งเศส (Monument historique)

จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 เปิดมหาวิหารขึ้นอีกครั้งหนึ่งในปีค.ศ. 1806 แต่ก็มิได้ทำอะไรกับพระร่างที่ถูกฝังไว้ในหลุมใหญ่ ระหว่างที่ประทับอยู่ที่เกาะเอลบา ราชวงศ์บูร์บองฟื้นฟูก็สั่งให้หาพระศพของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16และพระนางมารี อ็องตัวแนต มีบางส่วนที่พบที่สันนิษฐานกันว่าเป็นของพระองค์และกอบสีเทาที่มีสายรัดถุงเท้าสตรีพบเมื่อวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 1815 ที่ถูกนำมาฝังไว้ในคริพท์ ในปี ค.ศ. 1817 หลุมศพใหญ่ที่พระศพถูกโยนลงไปก็ได้รับการเปิดขึ้นแต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นใครจากกองกระดูก กระดูกเหล่านี้จึงถูกนำมาไว้ในชาเปลบรรจุกระดูก (ossuary) ภายในคริพท์

เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 เสด็จสวรรคตในปี ค.ศ. 1824 พระศพก็ถูกฝังกลางคริพท์ใกล้กับพระศพพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อ็องตัวแนต โลงพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์ที่สิ้นพระชนม์ระหว่าง ค.ศ. 1815 ถึงปี ค.ศ. 1830 ก็ถูกบรรจุในคริพท์ด้วย ภายใต้การนำของเออแฌน วียอแล-เลอ-ดุก อนุสรณ์ต่าง ๆ ที่ถูกนำไปเก็บไว้ในอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์แห่งฝรั่งเศสก็ได้รับการนำกลับมายังมหาวิหาร และพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 ผู้ถูกฝังไว้ที่อารามแซ็งปองต์ซึ่งมิได้ถูกทำลายก็ถูกนำกลับมายังมหาวิหาร ในปี ค.ศ. 2004 พระหทัย(หัวใจ)ของมกุฎราชกุมารที่ถ้าได้ขึ้นครองราชย์ก็จะเป็นพระเจ้าหลุยส์ที่ 17 ก็ได้การบรรจุไว้ในผนังของคริพท์

อ้างอิง

  • Saint-Denis Cathedral, Alain Erlande-Brandenburg, Editions Ouest-France, Rennes

ดูเพิ่ม

  • สถาปัตยกรรมกอทิก
  • แผนผังมหาวิหาร
  • สถาปัตยกรรมมหาวิหารในยุโรปตะวันตก
  • พระมหากษัตริย์ฝรั่งเศส
  • อนุสรณ์ผู้ตาย
  • สถาปัตยกรรมกอทิกแบบฝรั่งเศส
  • แรยอน็อง
  • ซูว์เฌร์แห่งแซ็ง-เดอนี

แหล่งข้อมูลอื่น

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ มหาวิหารแซ็ง-เดอนี

อยู่ในหมวดต่อไปนี้:
แสดงความคิดเห็น
เคล็ดลับ & คำแนะนำ
Bianca Bueno
11 august 2014
Save the visit for a sunny day and check the guided visit tour times before leaving. The stained glass windows, the tombs and sculptures are beautiful, but you won't appreciate properly on a rainy day
RAKAN
1 september 2018
Great basilica architecture, and it’s free but not all the church ⛪ for the other part will cost 9€ ...
Adriana Fattini
5 march 2013
Free access on the first Sunday of every month. Cheaper subway fares on the same day. Holds royal tombs exquisitely sculpted.
Anna S
16 september 2016
Beautiful funerary art and most of the French kings under one roof.
Guille Martín
9 december 2014
Basílica esculpida con mucha delicadeza y buen gusto. El primer sábado de cada mes la entrada es completamente gratuita. La parte del acroterio digna de ver.
Ruslan Dosaev
25 april 2019
Здесь похоронены25королей,10королев и 84принцаТем кто читалДюма иДрюона эти имена романтика детстваВкрипте казнённыеЛюдовик16и Мария-Ант.Вход в крипту9ев.На площади блошка, попадаются прилич.вещи

โรงแรมใกล้เคียง

ดูโรงแรมทั้งหมด ดูทั้งหมด
Le Cocooning Paris Stade de France

ตั้งแต่วันที่ $68

Eurohotel Sovereign Saint Denis Basilique

ตั้งแต่วันที่ $167

Campanile Paris Nord - Saint Denis Centre - Grand Stade

ตั้งแต่วันที่ $10448

Eurohotel Paris Nord

ตั้งแต่วันที่ $76

Hôtel Moderne

ตั้งแต่วันที่ $78

Bakery across the street | Transport Nearby

ตั้งแต่วันที่ $0

สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำอยู่บริเวณใกล้เคียง

ดูทั้งหมด ดูทั้งหมด
เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
สตาดเดอฟร็องส์

สตาดเดอฟร็องส์ (français. Stade de France) เป็นสนามกีฬาแห่งชาติ

เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
Cité des Sciences et de l'Industrie

The Cité des Sciences et de l'Industrie is the biggest science

เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
Parc de la Villette

The Parc de la Villette is a park in Paris at the outer edge of the

เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
Parc de la Villette

The Parc de la Villette is a park in Paris at the outer edge of the

เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
Batignolles Cemetery

The Batignolles Cemetery (français. Cimetière des Batignolles) is a c

เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
Lapin Agile

Lapin Agile is a famous Montmartre cabaret, at 22 Rue des Saules,

เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
Cimetière des Chiens

The Cimetière des Chiens is believed to be the first zoological

เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
มหาวิหารซาเคร-เกอร์

link=วิกิพีเดีย:โครงการวันเดือนปี/การใช้ปีคริสต์ศักราชอ้างอิง บทความนี้ใช้ระบบคริสต์ศักราช เพราะอ้างอิงคริสต์ศักราชและคริสต์ศตวรรษ หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง มหาวิหารพ

สถานที่ท่องเที่ยวที่คล้ายกัน

ดูทั้งหมด ดูทั้งหมด
เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
Polirone Abbey

The abbey of San Benedetto in Polirone stands in the Italian comune

เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
โบสถ์แซ็ง-แฌร์แม็ง-เด-เพร

โบสถ์แซ็ง-แฌร์แม็ง-เด-เพร (ฝรั่งเศส: Saint-Germain-des-Prés) ตั้งอยู่

เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
La Ferté Abbey

Founded in 1113, the Cistercian abbey La Ferté was the first of the

เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
Kilmacduagh monastery

Kilmacduagh Monastery is a ruined abbey near the town of Gort in

เพิ่มในรายการที่ต้องการ
ฉันเคยมาที่นี่
มีผู้เข้าชม
Meteora

The Metéora (Ελληνικά. Μετέωρα, 'suspended rocks', 'suspended in t

ดูสถานที่ที่คล้ายกันทั้งหมด